วิธีในการทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด

1

ไม่ว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณจะรวดเร็วอย่างไร แต่ก็มีบางครั้งที่อาจจะช้าลงอย่างมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกแยะว่ามีสิ่งใดบ้างที่อาจผิดปกติ เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้ และค้นพบวิธีการรับประโยชน์สูงสุดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Windows มีตัวแก้ไขปัญหาในตัวที่สามารถค้นหาและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อทั่วไปบางอย่างได้โดยอัตโนมัติ ชนิดของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่คุณใช้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดความเร็วในการเชื่อมต่อของคุณ โดยทั่วไปมีสามวิธีในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากบ้านคือ การเรียกผ่านสายโทรศัพท์ DSL และสายเคเบิล ถ้าคุณมีทางเลือก โดยปกติแล้วสายเคเบิลเป็นวิธีที่เร็วที่สุด แต่ทั้ง DSL และสายเคเบิลจะเร็วกว่าการเรียกผ่านสายโทรศัพท์

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายยังเสนอ Fiber Optic Service (FiOS) ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้แสงผ่านเครือข่ายแบบออปติคัล ในบ้านของคุณ คุณยังคงเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่านสายทองแดง ประโยชน์ของ FiOS คือให้ความเร็วสูงกว่าการเชื่อมต่อด้วยสายทองแดงธรรมดา เช่น DSL หรือสายเคเบิล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบางรายมีข้อเสนอให้หลายตัวเลือก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณอยู่ พื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยมากมักจะมี FiOS ให้บริการ ตรวจสอบกับบริษัทโทรศัพท์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าคุณใช้การเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์ มีวิธีที่ดีอยู่สองวิธีในการทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด วิธีแรก ให้ใช้โมเด็มที่เร็วที่สุดที่คุณจะสามารถใช้ได้ โมเด็มที่เร็วที่สุดที่คุณสามารถใช้ได้จะส่งและรับข้อมูลได้ที่อัตรา 56 กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) ส่วนใหญ่คุณจะไม่ได้ความเร็วเต็มที่ 56 Kbps แต่ด้วยสายโทรศัพท์ที่ดี คุณควรได้ความเร็วอย่างน้อย 45-50 Kbps วิธีที่สอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายโทรศัพท์ของคุณอยู่ในสภาพดี ถ้าสายโทรศัพท์ในบ้านหรือที่ทำงานของคุณเก่าหรือเสื่อม คุณอาจได้รับสัญญาณขาดๆ หายๆ หรือมีการแทรกจากสายโทรศัพท์อื่นได้ ปัญหาเหล่านี้จะทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้าลง เนื่องจากโมเด็มจะต้องส่งข้อมูลเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะส่งผ่านได้โดยไม่มีการขัดจังหวะ ตรวจสอบสายโทรศัพท์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความเสียหาย หลุดขาด หรือบิดเป็นเกลียวพันกับสายไฟหรือสายโทรศัพท์อื่นๆ ถ้าคุณสังเกตว่ามีเสียงซ่าๆ ในโทรศัพท์ของคุณ คุณอาจต้องติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อขอให้ตรวจสอบสายภายในและภายนอกบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าสายโทรศัพท์ยังอยู่ในสภาพดี

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Comments Off

การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS for Windows

 

การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนที่น่าหนักใจสำหรับนักวิจัยหลายๆ คน โดยเฉพาะในอดีตที่ยังไม่มีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยงาน ทำให้นักวิจัยท้อแท้และส่งผลให้มีทัศนคติในทางลบในเรื่องการวิจัยตามมา อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะในการประมวลผลข้อมูลเป็นจำนวนมาก การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์นี้ทำให้ผู้วิจัยได้รับความสะดวก รวดเร็วและเกิดความคลาดเคลื่อนน้อยลง ในบทความนี้ จะกล่าวถึงการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปในการวิจัยเชิงปริมาณ โดยจะกล่าวถึงพอสังเขปเฉพาะในส่วนของการใช้งานและการวิเคราะห์เบื้องต้นสำหรับการทำความเข้าใจกับการใช้โปรแกรม SPSS for Window ที่จะช่วยให้นักวิจัยไม่เกิดความเบื่อหน่าย นอกจากนั้นยังช่วยให้เกิดความเข้าใจในเนื้องานวิจัยได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS for Windows เป็นวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก เป็นวิธีช่วยให้ผู้วิจัยสามารถทำวิจัยได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว ลำดับขั้นการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยโปรแกรม SPSS for Windows ประกอบด้วยการสร้างแฟ้มข้อมูล โดยผู้วิจัยจะต้องนิยามตัวแปรโดยกำหนดชื่อของตัวแปร (Variable name) ชนิดของตัวแปร (Type) ความหมายของตัวแปร (Variable label) รหัสของ ตัวแปร (Value) ความหมายของรหัสตัวแปร (Value label) ความกว้างของคอลัมน์ (Width) และจำนวนทศนิยมของรหัสที่เป็นตัวเลข (Decimal Places) การสร้างแฟ้มข้อมูลผู้วิจัยจำเป็นต้องจัดทำคู่มือลงรหัสไว้ล่วงหน้าให้เรียบร้อย เพื่อความสะดวกในการนิยามตัวแปร ในส่วนของการบันทึกข้อมูล ข้อมูลที่จะบันทึกในคอมพิวเตอร์ต้องเป็นตัวเลข เพื่อความสะดวกในการบันทึกข้อมูล ในการสร้างแบบสอบถามผู้วิจัยควรกำหนดรหัสในแบบสอบถามให้เรียบร้อยสำหรับ การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ผู้วิจัยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยง่ายและรวดเร็วโดยใช้คำสั่ง Statistics ในเมนูบาร์ แล้วเลือกสถิติจากช่องหน้าต่างที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอตามลำดับก็จะได้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามต้องการ

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Tagged | Comments Off

การวิจัยตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ทุกวันนี้โลกอินเตอร์เน็ทเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งได้ใช้หาข้อมูลได้จากทุกที่ทุกเวลา จนเรามักชินกับการหาข้อมูลต่างๆจากโลกออนไลน์เท่านั้น แต่เราลืมคิดไปว่าข้อมูลในอินเตอร์เน็ทนั้นเป็นเพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายกว้างๆที่เราอาจนำมาใช้กับธุรกิจของเราได้แค่บางส่วนเท่านั้น ท้ายที่สุดการลงไปดูความต้องการตลาดจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นลูกค้าจริงๆจะให้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด การวิจัยการตลาดมีความสำคัญต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะการที่ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการจะต้องตัดสินใจดำเนินการอย่างไร จำเป็นต้องอาศัยสารสนเทศมาประกอบการตัดสินใจกำหนดนโยบาย วางแผน จัดองค์การ การปฏิบัติตามแผน และการควบคุมการดำเนินงานทางการตลาดให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ต้องเป็นการดำเนินงานอย่างมีระบบเกี่ยวข้องกับการออกแบบ การเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ข้อมูล และการรายงานผลข้อมูลเพื่อให้รู้ว่าบริษัทกำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางการตลาดแบบใด

บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคไม่รู้ว่าพวกเค้าต้องการอะไร ดังนั้นเราสามารถช่วยระบุสิ่งที่ผู้บริโภครู้ตัวว่าพวกเขาต้องการได้ รวมถึงความต้องการอื่นๆที่พวกเขาอาจยังไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามธุรกิจนั้นไม่ใช่แค่การผลิตสิ่งต่างๆขึ้นมาเท่านั้น คุณยังต้องคำนึงถึงการบรรจุ การกระจายสินค้า และการค้าหาว่าจะทำการตลาดอย่างไรเพื่อที่จะเข้าถึงกลุ่มคนที่จะได้ผลประโยชน์จากสินค้ามากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการกำหนดเวลาเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการปรับเปลี่ยนตารางเพียงแค่นิดเดียวก็สามารถสร้างความแตกต่างระหว่างการเปิดตัวที่จืดชืดกับยอดขายที่ถล่มทลายได้ สุดท้ายเส้นทางทางสู่การขยับขยายสินค้าที่สร้างขึ้นจากการคาดการณ์สิ่งที่ผู้บริโภคต้องการในอนาคตจะย้ำเตือนให้คุณมั่นใจว่าคุณได้เดินนำหน้าคู่แข่งคุณไปอยู่หลายก้าวเลยทีเดียว และเราสามารถช่วยพัฒนากลยุทธ์ของคุณเพื่อให้คุณมั่นใจว่ากลยุทธ์นั้นจะได้ประสิทธิภาพในอนาคตเหมือนกับที่ได้ประสิทธิภาพในทุกวันนี้

ประโยชน์ด้านการวิจัยตลาด

– มีความเข้าใจในความต้องการ และพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าอย่างถ่องแท้
– มีข้อมูลสำคัญเพื่อใช้ประกอบการกำหนดทิศทางของธุรกิจให้สอดคล้องกับโอกาสทางการตลาด
– มีนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับกลยุทธ์ที่สำคัญ และการตัดสินใจในการลงทุน บนพื้นฐานของข้อสมมติฐานที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว
– เป็นการเพิ่มกระบวนการในการตัดสินใจอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาดหรือการลงทุนที่ไม่เหมาะสม
– มีศูนย์กลางของข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า
– มีข้อมูลที่มีคุณค่าในการทำการตลาดและการขาย
– เป็นการเก็บข้อมูลของผู้ที่ตอบมาสอบถามเพื่อโอกาสในการทำการตลาดในอนาคต
– เป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตทางการตลาดและเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านการทำการตลาดและการขาย

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Tagged | Comments Off

เครือข่ายอินเทอร์เน็ตกำลังได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้เต็มที่ในทุกด้าน

11

เครือข่ายอินเทอร์เน็ตกำลังได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้เต็มที่ในทุกด้านการพัฒนาที่สำคัญเพื่อแก้ปัญหาสำคัญในเรื่องการเรียกใช้งาน สิ่งที่ต้องการคือทำอย่างไรจึงจะได้รับข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตด้วยอัตรารับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นกว่าเดิม ในปัจจุบันถ้าใช้โมเด็มความเร็ว 28.8 กิโลบิตต่อวินาที ในการโหลดข้อมูลขนาด 7.5 เมกะไบต์ ต้องใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที เวลาขนาดนี้คงไม่สามารถใช้ระบบมัลติมีเดียหรือรับส่งทีวีบนเครือข่าย พัฒนาการในปัจจุบันสามารถเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตเข้าสู่บ้านด้วยความเร็งสูงขึ้น มีบริการวงจรเชื่อมโยงแบบใหม่ที่เรียกว่าบอร์ดแบนโมเด็มที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วมากกว่าหนึ่งเมกะบิตต่อวินาที การที่อินเตอร์เน็ตมีระบบเชื่อมโยงจากบ้านที่ความเร็วสูงขึ้นทำให้การประยุกต์ใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีบทบาทมากขึ้น เริ่มจากการทำธุรกิจการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การส่งกระจายสัญญาณทีวี และเคเบิลทีวี ระบบวิทยุกระจายเสียง การกระจายด้วยเสียง การใช้โทรศัพท์บนเครือข่าย และอื่น ๆ อีกมากความเร็วของการสื่อสารข้อมูลด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้การเคลื่อนย้ายอิเล็กตรอนมีความเร็วมากอยู่แล้ว โดยปกติในการเคลื่อนย้ายกลุ่มอิเล็กตรอนมีความเร็วเกือบเท่าความเร็วแสง เราสามารถส่งข้อมูลข้ามซีกโลกได้ในชั่วเวลาพริบตาเดียว

การทำงานหลายอย่างซึ่งต้องทราบและกระทำ ณ เวลาจริง เช่นการซื้อขายหลักทรัพย์ราคาหลักทรัพย์และรายการซื้อขายจะปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามคำสั่งด้วยเวลาจริง การเบิกถอนเงินฝากผ่านตู้เอทีเอ็มก็เป็นการปรับปรุงรายการบัญชีด้วยเวลาจริง ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าก็ต้องการรู้ปริมาณสินค้าที่มีอยู่ ณ เวลาจริง การจัดการข้อมูลกับเวลาจริงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องการ การประมวลผลข้อมูลและการส่งผ่านข้อมูลด้วยเวลาจริงเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นระบบข้อมูลคือ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะต้องมีการจัดเก็บรวบรวม ตรวจสอบหรือดำเนินการให้อยู่ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หน่วยงานใดขาดข้อมูลเพื่อการตัดสินปัญหา ก็แสดงว่าระบบการดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลของหน่วยงานนั้นยังไม่เป็นระบบ การจัดเก็บข้อมูลต้องเกี่ยวข้องกับระบบและผู้คน เพื่อให้ได้ข้อมูลในรูปอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสับเปลี่ยนถึงกันได้  การสับเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะเกิดขึ้นได้ เมื่อตัวข้อมูลมีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้รับรู้และแลกเปลี่ยนกันได้ มาตรฐานของข้อมูลจึงต้องได้รับการกำหนดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Comments Off

การวิจัยแลพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมบริโภคและมีมูลค่าสูง

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านชีวโมเลกุล

ช่วยให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบพันธุกรรมของลักษณะที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น โมเลกุลเครื่องหมายได้ถูกนำมาใช้ในการสร้างแผนที่โครโมโซมและกำหนดตำแหน่งของยีนที่ควบคุมลักษณะต่างๆของพืชที่มีความสำคัญหลายชนิด เช่น ข้าว มะเขือเทศ พริก ข้าวโพด ฯลฯ และจากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดีเอ็นเอเครื่องหมายและลักษณะที่สนใจ ทำให้สามารถนำดีเอ็นเอเครื่องหมายมาใช้ในการคัดเลือกลักษณะนั้นๆได้ การปรับปรุงพันธุ์ โดยการสร้างพันธุกรรมใหม่ๆให้เกิดขึ้น โดยอาศัยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเชื่อมโปรโตพลาสต์เข้าด้วยกัน และการใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรม การใช้เทคโนโลยีชีวภาพและพันธุวิศวกรรมอาจจะช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่แต่ละพันธุ์ให้สั้นลงได้ โดยได้ลักษณะพันธุ์ข้าวตามต้องการได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันภาวะโลกร้อน ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวน เกิดฝนตก น้ำท่วม ภัยแล้ง ไม่เป็นไปตามฤดูกาล อีกทั้งมีลมแรง ส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่เพาะปลูกและกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวได้รับความเสียหาย จนทำให้ผลผลิตน้อย ทำให้สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(สวก.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนด้านทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้และกรมการข้าว ทำการวิจัยพัฒนาเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ข้าว กข 15 ขาวดอกมะลิ 105 และข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุง ซึ่งปลูกได้ปีละครั้ง เพื่อให้สามารถปลูกได้ทุกฤดู เนื่องจากข้าวทั้ง 3 สายพันธุ์ เป็นข้าวที่ได้รับการนิยมบริโภคและมีมูลค่าสูง อีกทั้งเป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกกันมากโดยเฉพาะ กข 15 และขาวดอกมะลิ 105

การวิจัยพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ข้าวต้องใช้เวลานาน

หากทำอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถได้พันธุ์ข้าวใหม่ที่ดีกว่ามาปลูก ส่วนการปรับปรุงข้าวนั้นต้องอาศัยเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วย ไม่ใช่มาตัดแต่งทางพันธุวิศวกรรมหรือตัดต่อยีน แต่นำมาใช้เพื่อเลือกตำแหน่งของยีนว่า ตัวไหนที่สามารถควบคุมความสูงของต้นข้าว ควบคุมการออกดอก และความหอม โดยใช้เครื่องมาร์กเกอร์มาวัด เมื่อได้ตามที่ต้องการแล้วจึงเลือกมาใช้โดยไม่จำเป็นที่ต้องไปทดลองปลูกในแปลงทดลอง ถือเป็นการผสมพันธุ์ข้าวธรรมดา ไม่ใช่ตัดต่อยีน

วัตถุประสงค์การวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ข้าว

1. มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง เช่น รวงต่อกอมาก รวงใหญ่ ระแง้ถี่ เมล็ดต่อรวงมาก และเมล็ดมีน้ำหนักดี
2. มีคุณภาพเมล็ดดีตามความต้องการของตลาด เช่น เมล็ดเรียวยาว คุณภาพการสีดี คุณภาพหุงต้มเป็นที่ต้องการของตลาด มีท้องไข่น้อย
3. ต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญ เช่น โรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงบั่ว เป็นต้น
4. ทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีปัญหา เช่น ทนแล้ง ทนดินเปรี้ยว ทนดินเค็ม ทนน้ำท่วมฉับพลัน เป็นต้น
5. มีลักษณะรูปแบบต้นที่ดี เหมาะสมกับการปลูกในนิเวศน์ต่างๆ ได้แก่ ข้าวนาชลประทาน ข้าวนาน้ำฝน ข้าวไร่ ข้าวขึ้นน้ำและข้าวน้ำลึก

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Tagged | Comments Off