การส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยด้านการแพทย์

การวิจัยและพัฒนาเป็นพันธกิจหนึ่งที่สำคัญยิ่งของสถาบันการศึกษาทางการแพทย์ ในทศวรรษที่ผ่านมาทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างก้าวกระโดด มีการค้นพบวิธีการวินิจฉัยโรค การรักษาโรค และการป้องกันโรคใหม่ๆ จำนวนมากที่มีประสิทธิภาพสูง ประเทศไทยติดตามกระแสการเปลี่ยนแปลงนี้ในฐานะผู้ใช้เทคโนโลยีที่ปลายทาง ดังนั้นความท้าทายของประเทศไทยจึงอยู่ที่การวิจัยและเทคโลยีด้านการแพทย์ทั้งการวิจัยพื้นฐานและการวิจัยทางคลินิกโดยอาศัยโอกาสที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากและหลากหลายที่มารับบริการที่สถานพยาบาล รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรคประจำถิ่น โรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำหลายโรค มาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างผลงานวิจัยงานวิจัยที่เป็นความรู้และเทคโนโลยีใหม่

ปัจจุบันปัญหาเรื่องสุขภาพเป็นปัญหาที่ทวีความสำคัญมากขึ้น

เนื่องจากสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมที่มีสัดส่วนของผู้สูงอายุมากขึ้น ช่วงอายุยาวขึ้นทำให้ปัญหาเรื่องสุขภาพเพิ่มขึ้นและซับซ้อนขึ้นตามไปด้วย การแก้ไขปัญหาสุขภาพไม่เพียงแต่มุ่งเน้นในส่วนของการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน การมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนางานทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการรักษา ในด้านการส่งเสริมสุขภาพเน้นการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพ รวมถึงการติดตามและแนะนำการปฏิบัติตนให้มีสุขภาพดี

ในด้านการรักษาเน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านงานวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์การแพทย์ของไทย โดยพัฒนาเทคนิคใหม่ๆในการประมวลผล วิเคราะห์ และการแปลความหมายของสัญญาณต่างๆที่ตรวจวัดได้ทางการแพทย์ เพื่อเป็นองค์ประกอบให้แพทย์สามารถตัดสินใจในการรักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาโดยนำเทคโนโลยีวิทยาการสารสนเทศมาสร้างความตระหนัก ติดตาม และแนะนำการดูแลสุขภาพ มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคนิคใหม่ในการประมวลผล วิเคราะห์ และการแปลความหมายของสัญญาณทางการแพทย์เพื่อสร้างเครือข่ายและทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องโดยตรง

การเดินหน้าความร่วมมือเพื่อต่อยอดผลงานวิจัย

นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการสนับสนุนนักวิจัยไทยในการคิดค้นผลงาน รวมทั้งยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันและพัฒนาประเทศอย่างยั่นยืน ในขณะเดียวกันยังเป็นหน่วยงานที่มีข้อมูลการรักษาพยาบาลของคนในประเทศ จึงมีข้อมูลความต้องการบริการทางการแพทย์ที่ทางนักวิจัยจะสามารถนำไปคิดค้นพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ป่วยและหน่วยบริการในประเทศได้

การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นขั้นตอนแรกของการทำงานวิจัย

การวิเคราะห์ข้อมูล มีเป้าหมายเพื่อสรุปปัญหาที่ทำวิจัยไว้แล้วเป็นการพิสูจน์ความแท้จริงของข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาใช้ และการตีความข้อมูลนั้นคือกระบวนการวิจัย เพื่อเรียนรู้อะไร เพื่ออธิบายสิ่งที่ได้มาคืออะไร และขยายความตามเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น เพื่อสรุปเป็นผลการศึกษาวิจัย

นักวิจัยต้องตอบให้ได้คือข้อมูลเป็นแบบใด มี 2 อย่างคือ ข้อมูลเชิงคุณภาพ ( Qualitative data ) และข้อมูลเชิงปริมาณ ( Quantitative data )

ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวกับมนุษย์ที่ไม่สามารถอธิบายได้เฉพาะหน้าในขณะนั้น เช่น ความรู้สึกนึกคิด ความเชื่อ ประเพณี วิถีการดำเนินชีวิต ลัทธิการปฏิบัติตนของกลุ่มคน มีความหมายแฝงอยู่ ต้องรู้จักจึงอธิบายความเร้นลับนี้ได้

ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นข้อมูลตรง นับเป็นจำนวนได้ เช่น จำนวนประชากรในหมู่บ้านนี้ อายุของกลุ่มชนนี้ เป็นต้น
การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ อาจเป็นข้อมูลเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางสังคมหรือปรากฏการณ์อื่น ๆ เป็นการมุ่งอธิบายถึงความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ ( ตัวแปร ) มีเงื่อนไขว่า
1 . การวิเคราะห์ข้อมูลเริ่มทำไปพร้อม ๆ กับการเก็บข้อมูล
2 . ต้องมีข้อมูลจากมุมมองของคนใน
3 . ต้องอาศัยสมมุติฐานชั่วคราว
4 . ผู้วิจัยต้องเป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลด้วยตนเอง

ข้อแตกต่างระหว่างการวิจัยเชิงเชิงคุณภาพและการวิจัยปริมาณ

การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพมีที่มาแตกต่างกัน กล่าวคือ การวิจัยเชิงคุณภาพมีพื้นฐานปรัชญาแบบธรรมชาตินิยม (Naturalism) ในขณะที่การวิจัยเชิงปริมาณมีพื้นฐานแบบปรัชญาแบบปฏิฐานนิยม (Positivism) ดังนั้น การค้นหาความจริงด้วยวิธีวิจัยเชิงคุณภาพจะเน้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามสภาพการณ์ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งบางครั้งเรียกว่า แนวคิดแบบปรากฎการณ์นิยม (Phenomenalism) แล้วอาศัยวิธีการพรรณนาเป็นสำคัญ ในขณะที่การค้นหาความจริงด้วยวิธีการวิจัยเชิงปริมาณต้องอาศัยกระบวนการหรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนรากฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ และขั้นตอนที่มีระเบียบแบบแผน

ในกระบวนการศึกษาวิจัยด้วยวิธีการเชิงคุณภาพจะเริ่มต้นด้วยข้อมูลสภาพการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาศึกษาวิเคราะห์ด้วยวิธีการอุปมาน แล้วสรุปตีความผลการวิเคราะห์ตั้งเป็นองค์ความรู้ เป็นกฎหรือทฤษฎี กรณีของการศึกษาวิจัยวิธีการเชิงปริมาณจะเริ่มต้นด้วยกฎหรือทฤษฎีก่อน จากนั้นข้อมูลเชิงประจักษ์จะถูกรวบรวมและนำมาศึกษาวิเคราะห์ด้วยวิธีการอนุมาน และสรุปเป็นข้อค้นพบ