วิจัยพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของนักเรียน

ความก้าวหน้าของระบบอินเทอร์เน็ตและพัฒนาการของเวิลด์ไวด์เว็บในรอบทศวรรษที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่วงการต่าง ๆ อย่างมากมาย บริษัทและหน่วยงานจำนวนมากสามารถใช้ระบบอินเทอร์เน็ตติดต่อสื่อสารและส่งข้อมูลระหว่างสำนักงานย่อยต่าง ๆ ทั่วประเทศหรือทั่วโลกได้อย่างสะดวก และสามารถจัดทำระบบสารสนเทศเพื่อส่งรายงานให้ผู้บริหารที่อยู่ตามสำนักงานย่อยได้อย่างรวดเร็วด้วย บางบริษัทใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางการขายสินค้าและบริการทั่วโลก อาจารย์ในสถาบันการศึกษาหลายแห่งใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการส่งโจทย์การบ้านให้นักเรียนนักศึกษา และใช้สำหรับนำเสนอวิธีการสอนแบบใหม่ที่เรียกว่า อีเลิรนนิง (e-learning) ซึ่งเป็นวิธีการสอนที่สร้างห้องเรียนเสมือนจริงไว้ในระบบอินเทอร์เน็ต และให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาบทเรียนที่จัดทำไว้จากที่ไหนก็ได้บนโลก และ เรียนเมื่อใดก็ได้ โดยผู้เรียนยังสามารถติดต่อสื่อสารกับอาจารย์และเพื่อนร่วมเรียนได้เช่นเดียวกับการเรียนในห้องเรียนจริง

เนื่องจากในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยหนึ่งในการดำเนินชีวิตช่วยในการติดต่อสื่อสารผ่านทาง Social network ซึ่งทำให้สะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศ และในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตยังช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการสืบค้นข้อมูล รวมทั้งการให้ความบันเทิง ในรูปแบบต่างๆการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จำนวนมากทำให้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาย กิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการศึกษา ถูกเชื่อมโยงให้เข้าถึงกันและกันอินเตอร์เน็ตเป็นแหล่งสารสนเทศที่สำคัญ มีเรื่องราวต่างๆ มากมายทั้งความรู้ ความบันเทิงหลายรูปแบบเพื่อสนองความต้องการ ความสนใจสำหรับบุคคลทุกวงการและทุกสาขาอาชีพ การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทำให้คนทั่วโลก ต่างเพศ ต่างวัย ต่างเชื้อชาติ ศาสนา สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้อย่างไม่มีข้อจำกัด

ดังนั้นการใช้งานอินเตอร์เน็ตจึงมีผลอย่างมากต่อการศึกษาของไทย โดยเฉพาะการใช้งานอินเตอร์เน็ตของนักเรียนภายในสถานศึกษา โดยส่วนใหญ่แล้วการใช้งานอินเตอร์เน็ตของนักเรียนจะเป็นไปในแนวทางอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษา จึงทำให้ผู้วิจัยอยากจะทราบถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตของนักเรียนในด้านต่างๆ ที่เป็นปัจจัย และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการศึกษาของนักเรียน

ประโยชน์ของการใช้อินเตอร์เน็ต
1. เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทำให้ระบบการเรียนการสอนในห้องเรียนเดิม เปลี่ยนไปเป็นการเปิดโลกของนักเรียนให้รับรู้ข่าวสาร สังคม วัฒนธรรมทั่วโลก
2. ทำให้ผู้เรียนจัดหาข้อมูลสารสนเทศได้อย่างมากมาย หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบข้อความ ภาพ เสียง
3. ทำให้ผู้เรียนฝึกทักษะการสืบค้นข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลาและมีอิสระ
4. สนับสนุนการสื่อสารและการร่วมมือกันระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ผู้ปกครอง ครู
5. ฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Comments Off

อินเตอร์เน็ตจะมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของทุกคนจะมีอิทธิพลอย่างมากในโลกยุคต่อไป

17

ในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตยังถือว่าเป็นช่องทางกระจายสินค้าหรือตลาดได้อีกแบบหนึ่ง โดยการซื่อขายผ่านเว็บเพจและจ่ายเงินโดยอาศัยบัตรเครดิต การซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตมีการเจริญเติบโตรวดเร็วเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการโชว์สินค้าต่ำกว่าวิธีอื่นๆ แต่ก็อาจมีข้อเสียคือผู้บริโภคไม่สามารถตรวจสอบสินค้าจริงได้ถึงแม้ว่าทางการค้าจะไม่เจริญเติบโตอย่างที่คาดไว้ อินเตอร์เน็ตมีผลต่อการศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักเรียนสามารถเรียนรู้และติดต่อกับครูในระยะไกลได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันนี้มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เปิดหลักสูตรปริญญาโทและเอกโดยการเรียนผ่านอินเตอร์เน็ต

ทางการแพทย์และสาขาอาชีพอื่นๆ ก็ได้รับประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตมากเช่นกัน เนื่องจากอินเตอร์เน็ตได้ช่วยลดความห่างไกลกัน ผู้คนสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ง่ายขึ้นเหมือนกับอยู่แห่งเดียวกันอินเตอร์เน็ตจะมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของทุกคน จะมีอิทธิพลอย่างมากในโลกยุคต่อไปเนื่องจากอินเตอร์เน็ตจัดเป็นสื่อชนิดหนึ่งมันจึงมีอิทธิพลเหมือนกับวิทยุ โทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ดังที่จะได้เห็นจากบริษัทและหน่วยงานองค์กรแทบทั้งหมดจะมีโฮมเพจเป็นของตนเองเพื่อประชาสัมพันธ์ช้อมูลอย่างละเอียดในอินเตอร์เน็ต

อินเตอร์เน็ตจะมีผลกระทบกับคนในทุกสาขาอาชีพและเป็นสิ่งหนึ่งซึ่งช่วยให้เกิดการไหลของกระแสวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วในโลกสมัยใหม่ จึงทำให้ผู้มีการศึกษาทุกคนจึงจำเป็นต้องศึกษาอินเตอร์เน็ตเพื่อให้สามารถก้าวทันโลกได้สิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าอินเตอร์เน็ตได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนคือ ในขณะนี้อินเตอร์เน็ตได้ถูกผนวกรวมเข้ากับระบบปฎิบัติการที่ยอดนิยมที่สุดแล้ว ทำให้วินโดวส์ 98 สามารถจะใช้งานอินเตอร์เน็ตได้เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมโดยสมบูรณ์ และวินโดวส์รุ่นต่อๆไปจะมีเบราเซอร์เป็นส่วนหนึ่งของตัวโปรแกรมด้วยเหมือนกัน การทำเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกมีโปรแกรมสำหรับใช้อินเตอร์เน็ตและสามารถเข้าสู่อินเตอร์เน็ตได้โดยง่ายดาย

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Comments Off

สารสนเทศสำหรับงานวิจัย

การทำวิจัยนั้นจำเป็นจะต้องใช้ สารสนเทศอย่างแน่นอน หากไม่มีสารสนเทศใดๆ มาประกอบเลย การทำวิจัยของเรา ก็อาจจะผิดตั้งแต่ต้น เพราะเป็นที่รู้กันอยู่ว่า การทำวิจัยนั้น เปรียบเสมือนกับนักวิจัย จะต้องยืนบนบ่า ของนักวิจัยรุ่นก่อนๆ คือจะต้องสร้างความรู้ขึ้นใหม่ จากความรู้หรือสารสนเทศ ที่นักวิจัยรุ่นก่อนสร้างเอาไว้แล้ว หากไม่มีความรู้ หรือสารสนเทศเดิมให้ใช้ ผลงานวิจัยที่ได้รับ ก็อาจจะไม่น่าเชื่อถือ หรือ นำไปใช้อ้างอิงไม่ได้

สารสนเทศที่นักวิจัยต้องใช้นั้น มีอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ได้ดังนี้

1. สารสนเทศสำหรับสร้างแนว หรือกรอบความคิด นักวิจัยอาชีพนั้นปกติจะทราบดีอยู่แล้วว่า แนวทางหรือกรอบความคิด สำหรับงานวิจัยเรื่องใหม่จะเป็นอะไร และส่วนมากนักวิจัยเหล่านี้ ก็มักจะทำงานวิจัย สืบต่อจากงานวิจัยเดิม ที่เคยทำมาแล้ว เพียงแต่ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม ในรายละเอียด หรือ ขยายผลไปสู่งานที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นนักวิจัยเหล่านี้ อาจจะไม่ต้องการสารสนเทศ ด้านนี้มากนัก เพราะทุกอย่างอยู่ในสมองมากแล้ว แต่ถ้าเป็นนักวิจัยมือใหม่ หรือ เป็นนักศึกษาปริญญาโทและเอก ที่อาจารย์ที่ปรึกษา มอบหัวข้อเรื่องงานวิจัยให้ทำแล้ว การสร้างแนวหรือกรอบความคิด ที่เหมาะสมกับงานวิจัยนั้นๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นมาก นักวิจัยมือใหม่เหล่านี้ จะต้องสืบค้นหา บทความวิจัย หรือ บทความวิชาการที่เกี่ยวข้อง กับงานวิจัยที่กำลังจะทำ ให้ได้มากที่สุด แล้วนำมากลั่นกรอง ให้เป็นแนวความคิดให้ได้ สารสนเทศที่สืบค้นมาได้นี้ สุดท้ายจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาวรรณกรรม ซึ่งต้องเป็นหัวข้อตอนหนึ่ง หรือบทหนึ่ง ในรายงานผลการวิจัย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากผมต้องการทำวิจัย เรื่องผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ต่อผู้บริหารคณะวิชา หรือคณบดีในมหาวิทยาลัย ผมอาจจะต้องสืบค้นหา สารสนเทศเกี่ยวกับการศึกษา ผลกระทบของไอทีในด้านต่างๆ หรือต่อบุคคลต่างๆ เพื่อจะนำมาใช้ เป็นกรอบสำหรับการศึกษาว่า ผมควรจะตั้งประเด็น เรื่องเกี่ยวกับผลกระทบอย่างไร ควรศึกษาอย่างไร จะวัดผลกระทบอย่างไร ผลกระทบต่อบุคคลอื่นๆ น่าสนใจในด้านใดบ้าง ฯลฯ

2. สารสนเทศเกี่ยวกับเนื้อหาที่กำลังวิจัย สารสนเทศเรื่องนี้มีลักษณะคล้ายกับที่กล่าว ไปแล้วข้างต้น แต่อาจจะไม่ใช่ สารสนเทศเชิงประวัติ แต่เป็นสารสนเทศที่เกี่ยวเนื่อง กับเนื้อหาที่ได้กำหนดเป็นแนวความคิด หรือกรอบความคิดเอาไว้แล้ว ยกตัวอย่างสืบต่อจาก ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็คือ ผมต้องการสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับบทบาท ภารกิจของมหาวิทยาลัย ของคณบดี สารสนเทศเกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษาในไทย สารสนเทศเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ ในด้านต่างๆ ของไทย ฯลฯ นอกจากนี้ ผมยังอาจจะต้องการได้รับข้อมูล ในรายละเอียดมากขึ้น เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ และที่อยู่ของคณบดี สารสนเทศและรายละเอียดเหล่านี้ จะทำให้ผมสามารถตั้งประเด็น การศึกษาวิจัยได้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

3. สารสนเทศที่ได้จากข้อมูลการทดลอง สำรวจ สังเกต สัมภาษณ์ ฯลฯ การวิจัยแต่ละอย่าง ก็มีวิธีการได้ข้อมูล มาต่างๆกัน การวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนมากมักจะเป็นการทดลอง ในห้องปฎิบัติการ ถ้าหากมีการใช้เครื่องมือ สำหรับวัดหรือนับ ก็จะได้ข้อมูลออกมาจากเครื่องมือนั้น ในอดีต เราต้องใช้วิธี บันทึกข้อมูลบนกระดาษ ก่อนที่จะนำข้อมูลนั้น ไปคำนวณตามสูตรที่ต้องการ แต่ปัจจุบันเราสามารถใช้ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล รับตัวเลขข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ได้ทันที ในกรณีของการวิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ ข้อมูลส่วนมากเป็นข้อมูลสำรวจ หรือข้อมูลเชิงพรรณา ซึ่งก็มักจะถูกถ่ายทอดเป็นรหัส สำหรับนำไปแจงนับหรือคำนวณอีกต่อหนึ่ง ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ การคำนวณ หรือประมวลผลตามที่กล่าวมานี้ จะทำให้เกิดเป็นสารสนเทศให้นักวิจัย นำไปคิดพิจารณาหาข้อสรุปว่า ผลการวิจัยนั้น เป็นไปตามสมมุติฐานหรือไม่

4. สารสนเทศเกี่ยวกับแหล่งเผยแพร่งานวิจัย การทำงานวิจัยของนักวิจัย ตามหน่วยงานต่างๆ นั้น มีความแตกต่างกันมาก งานวิจัยของบริษัทเอกชนนั้น ส่วนมากต้องการที่จะ นำไปสู่การผลิตสินค้า หรือ จัดเป็นบริการออกสู่ตลาด ดังนั้น จึงไม่หวังผลที่จะตีพิมพ์ เป็นบทความวิจัยเสนอให้ผู้อ่าน ได้รับทราบในวงกว้าง จะมียกเว้นก็แต่ในงานวิจัย ที่มีลักษณะเป็นงาน เน้นหนักทางด้านทฤษฎีมากๆ แต่ถ้าหากเป็นงานวิจัย ของอาจารย์และนักศึกษาแล้ว สถาบันก็มักจะผลักดัน ให้อาจารย์เขียนเป็นบทความ ออกเผยแพร่ ในวารสารวิชาการ หรือ เผยแพร่ด้วยการนำไปบรรยาย ในการประชุมวิชาการต่างๆ หากบทความที่เขียนขึ้น ได้รับการยอมรับ เพื่อตีพิมพ์หรือเพื่อนำเสนอแล้ว อาจารย์ผู้เขียน ก็สามารถนับบทความนั้น เป็นผลงานสำหรับใช้ ในการเสนอขอเลื่อน ตำแหน่งทางวิชาการได้ แนวคิดนี้ยังใช้สืบมา จนปัจจุบันนี้ จนมีคำกล่าวว่า การตีพิมพ์ผลงานของอาจารย์นั้น เป็นเรื่องจำเป็น มิฉะนั้นก็หมดอนาคต (Publish or Perish) ด้วยเหตุนี้ อาจารย์นักวิจัย จึงต้องมีสารสนเทศ เกี่ยวกับแหล่งสำหรับตีพิมพ์บทความ หรือ สารสนเทศเกี่ยวกับ การประชุมวิชาการ ที่จะจัดให้มีขึ้นในอนาคต เพื่อที่อาจารย์จะได้จัดทำบทความนั้น ส่งไปให้พิจารณา

5. สารสนเทศเกี่ยวกับผลการวิจัย นักวิจัยที่ทำงานอย่างเป็นระบบ และมีผลงานที่มีคุณภาพสูงนั้น จะไม่ทำงานวิจัย เสร็จแล้วก็ทิ้งขว้าง แต่จะติดตามต่อไปว่า งานของตนนั้น มีผู้ใดวิพากษ์วิจารณ์บ้าง การวิจารณ์นั้นถูกต้องหรือไม่ มีอะไรควรแก้ไขปรับปรุงบ้าง หรืออาจจะต้องติดตามต่อไปว่า มีผู้ใดนำงานวิจัยของตนไปอ้างอิง และทำวิจัยต่อเนื่องออกไปอีกบ้าง การหาสารสนเทศเช่นนี้ มีความจำเป็นมาก เพราะงานที่ได้รับการอ้างอิง ในบทความอื่นๆ มาก ย่อมแสดงว่า เป็นงานที่มีเนื้อหาสาระดี เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ และอาจจะเป็นงานที่สร้าง พื้นฐานวิชาการสายใหม่ได้ด้วย

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Tagged | Comments Off

การวิจัยเป็นกระบวนการที่อาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

การวิจัยเป็นกระบวนการที่อาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแสวงหาคำตอบให้แก่ปัญหาหรือคำถามต่าง ๆ เพื่อให้ได้คำตอบที่น่าเชื่อถือ กระบวนการวิจัยเป็นกระบวนการในการแสวงหาความรู้ใหม่ และสร้างความรู้ใหม่ ๆ เพื่อการพัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไป การวิจัยทางการศึกษาหรือการวิจัยด้านการเรียนการสอน จึงเป็นตัวบ่งชี้ของความก้าวหน้าของศาสตร์ทางการสอน ดังจะเห็นได้จากในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ผลงานวิจัยเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะแรก ๆ มักทำตามความสนใจของผู้วิจัยเอง งานวิจัยจึงกระจัดกระจาย ต่อมาจึงได้มีการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยเพื่อให้เห็นภาพรวม ซึ่งสามารถบ่งบอกสถานภาพของการวิจัยของประเทศไทย จากการสังเคราะห์งานวิจัยพบว่า งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ทำเป็นวิทยานิพนธ์ และงานวิจัยของสถาบันการศึกษา เป็นงานวิจัยประยุกต์ งานวิจัยและพัฒนาและงานวิจัยพื้นฐานมีไม่ถึงร้อยละ 1 ระดับการศึกษาที่วิจัยพบว่า ทำมากที่สุดในระดับมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และอุดมศึกษา งานวิจัยในระดับอาชีวศึกษาและก่อนประถมศึกษามีน้อยมาก งานวิจัยส่วนใหญ่ที่พบเป็นงานวิจัยในมิติของกระบวนการจัดการเรียนการสอน รองลงมาเป็นงานวิจัยมิติผู้เรียน งานวิจัยหลายมิติ และงานวิจัยมิติการสอน ส่วนงานวิจัยในมิติสภาพแวดล้อมมีน้อยมาก สำหรับในมิติเกี่ยวกับการเรียนการสอน พบว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีสอนมากที่สุด รองลงมาคือการใช้สื่อการสอน

การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการและวิธีดำเนินการวิจัยที่ผู้วิจัยต้องมีความรู้ความเข้าใจและรู้จักเลือกใช้ตัวสถิติที่ถูกต้องกับงานวิจัยนั้น ๆ และยังต้องวิเคราะห์ข้อมูลตามสูตรสถิติที่ยุ่งยาก เพื่อให้ได้รับคำตอบจากโจทย์วิจัยหรือสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ ซึ่งเป็นปัญหาและอุปสรรคหนึ่งที่ครูกลัวและไม่กล้าทำวิจัย นอกจากนี้ครูผู้วิจัยส่วนใหญ่ ถ้าไม่วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติจากการคำนวณด้วยมือ(หรือใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณแทนมือ) ก็จะใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เช่น SPSS เป็นต้น เพราะมีความสะดวกให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ครูผู้วิจัยก็ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานในการใช้งานคอมพิวเตอร์และโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิตินั้น ๆ หากใช้งานไม่เป็นก็จะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติที่ยุ่งยากเป็นจำนวนมาก รวมทั้งค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการจ้างวิเคราะห์สถิติสำหรับผู้ที่ไม่ได้วิเคราะห์สถิติด้วยตนเอง

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Tagged | Comments Off

วิธีในการทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด

1

ไม่ว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณจะรวดเร็วอย่างไร แต่ก็มีบางครั้งที่อาจจะช้าลงอย่างมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณแยกแยะว่ามีสิ่งใดบ้างที่อาจผิดปกติ เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณสามารถทำได้ และค้นพบวิธีการรับประโยชน์สูงสุดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Windows มีตัวแก้ไขปัญหาในตัวที่สามารถค้นหาและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อทั่วไปบางอย่างได้โดยอัตโนมัติ ชนิดของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่คุณใช้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดความเร็วในการเชื่อมต่อของคุณ โดยทั่วไปมีสามวิธีในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากบ้านคือ การเรียกผ่านสายโทรศัพท์ DSL และสายเคเบิล ถ้าคุณมีทางเลือก โดยปกติแล้วสายเคเบิลเป็นวิธีที่เร็วที่สุด แต่ทั้ง DSL และสายเคเบิลจะเร็วกว่าการเรียกผ่านสายโทรศัพท์

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายรายยังเสนอ Fiber Optic Service (FiOS) ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้แสงผ่านเครือข่ายแบบออปติคัล ในบ้านของคุณ คุณยังคงเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ผ่านสายทองแดง ประโยชน์ของ FiOS คือให้ความเร็วสูงกว่าการเชื่อมต่อด้วยสายทองแดงธรรมดา เช่น DSL หรือสายเคเบิล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบางรายมีข้อเสนอให้หลายตัวเลือก ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณอยู่ พื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยมากมักจะมี FiOS ให้บริการ ตรวจสอบกับบริษัทโทรศัพท์หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ถ้าคุณใช้การเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์ มีวิธีที่ดีอยู่สองวิธีในการทำให้ความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด วิธีแรก ให้ใช้โมเด็มที่เร็วที่สุดที่คุณจะสามารถใช้ได้ โมเด็มที่เร็วที่สุดที่คุณสามารถใช้ได้จะส่งและรับข้อมูลได้ที่อัตรา 56 กิโลบิตต่อวินาที (Kbps) ส่วนใหญ่คุณจะไม่ได้ความเร็วเต็มที่ 56 Kbps แต่ด้วยสายโทรศัพท์ที่ดี คุณควรได้ความเร็วอย่างน้อย 45-50 Kbps วิธีที่สอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายโทรศัพท์ของคุณอยู่ในสภาพดี ถ้าสายโทรศัพท์ในบ้านหรือที่ทำงานของคุณเก่าหรือเสื่อม คุณอาจได้รับสัญญาณขาดๆ หายๆ หรือมีการแทรกจากสายโทรศัพท์อื่นได้ ปัญหาเหล่านี้จะทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้าลง เนื่องจากโมเด็มจะต้องส่งข้อมูลเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะส่งผ่านได้โดยไม่มีการขัดจังหวะ ตรวจสอบสายโทรศัพท์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีความเสียหาย หลุดขาด หรือบิดเป็นเกลียวพันกับสายไฟหรือสายโทรศัพท์อื่นๆ ถ้าคุณสังเกตว่ามีเสียงซ่าๆ ในโทรศัพท์ของคุณ คุณอาจต้องติดต่อผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อขอให้ตรวจสอบสายภายในและภายนอกบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าสายโทรศัพท์ยังอยู่ในสภาพดี

Posted in หาข้อมูลการวิจัย | Comments Off